วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)


การวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)

          การวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย คือ ด้านความรู้-ความคิดของผู้เรียน สามารถจำแนกพฤติกรรมได้ตามแนวคิดของบลูมและคณะ ดังนี้
1. ความรู้ความจำ (Knowledge) คือ ความสามารถในการทรงไว้/คงไว้/รักษาไว้ ซึ่งเรื่องราวทั้งปวงของประสบการณ์ที่เรียนผ่านมาแล้ว รวมทั้งสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับประสบการณ์นั้นๆ และสามารถถ่ายทอดสิ่งที่จดจำไว้ออกมาได้อย่างถูกต้อง
สรุปคือ : เนื้อเรื่อง/วิธีดำเนินการ/รวบยอดในเนื้อเรื่อง
2. ความเข้าใจ (Comprehension) คือ ความสามารถในการเรียนรู้ การจำ และสื่อสาร แล้วแปลความ ตีความและขยายความ ในเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้เรียนรู้มาได้อย่างถูกต้อง
สรุปคือ : แปลความ (Translation) การบอกความหมายตามนัยของคำ เหตุการณ์ หรือกิจกรรม ตีความ (Interpretation) การนำผลการแปลความมาเปรียบเทียบ เป็นข้อยุติ ขยายความ (Extrapolation) การเปรียบเทียบ ความหมายของคำ เหตุการณ์ หรือกิจกรรม ให้กว้างไกลออกไปจากเดิม
3. การนำไปใช้ (Application) คือ ความสามารถที่ผู้เรียนนำหลักการ กฎเกณฑ์และวิธีดำเนินการต่างๆ ของเรื่องที่ได้เรียนรู้มาแล้วนั้นไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานะการณ์ใหม่ที่เป็นทำนองเดียวกันกับสถานะการณ์เดิมได้
สรุปคือ : แก้ปัญหาใหม่ในสถานการณ์ใหม่ได้
4. การวิเคราะห์ (Analysis) คือ ความสามารถที่ผู้เรียนแยกแยะเรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ใดๆหรือแยกแยะองค์รวมของสิ่งต่างๆ ออกมาเป็นส่วนย่อยๆ ได้ และสามารถบอกได้ว่า ส่วนย่อยๆ นั้นมีความสำคัญอย่างไร แต่ละส่วนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ตลอดจนสามารถที่จะมองเห็นหลักการของสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ร่วมกัน
สรุปคือ : ความสำคัญ/ความสัมพันธ์/หลักการ
5. การสังเคราะห์ (Synthesis) คือ ความสามารถในการรวมส่วนย่อยๆ เข้าเป็นส่วนใหญ่ เรื่องราวใหญ่เรื่องเดียวกันหรือการผสมผสานส่วนประกอบย่อยๆ เข้าด้วยกันเป็นองค์รวมใหม่ที่กลมกลืนอย่างมีความหมาย ซึ่งผลจากการรวมนี้จะต้องเกิดเป็นของใหม่ที่มีหน้าที่ใหม่ที่ดีกว่าของเดิม
สรุปคือ : สังเคราะห์ข้อความ (Production of a unique communications) รวบยอดข้อความเป็นข้อสรุปสำคัญ สังเคราะห์แผนงาน (Production of plan or operations) รวมส่วนประกอบย่อยเข้าเป็นแผนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมาย spaceสังเคราะห์แนวคิด (Derivation of Abstract Relation) ผสมผสานความรู้ต่างๆ เป็นแนวคิดอย่างเป็นระบบ
6. การประเมินค่า (Evaluation) คือ ความสามารถในการวินิจฉัยตีค่า ตีราคา หรือตัดสินคุณค่าของสิ่งต่างๆ ตามเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยสรุปอย่างมีหลักเกณฑ์ สิ่งที่ถูกประเมินนั้นอาจเป็นวัสดุ สิ่งของ ผลงานที่เป็นรูปธรรม หรืออาจจะเป็นความคิดเห็น หรือทัศนคติที่เป็นนามธรรม ซึ่งในการประเมินนั้นจะต้องใช้หลักเกณฑ์ประกอบการวินิจฉัยหรือตีความ
สรุปคือ : การประเมินค่าโดยใช้เกณฑ์ภายใน (Judgments in terms of internal criteria) เป็นการตัดสินคุณค่าตามเกณฑ์ภายในที่กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนั้น


  การวัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)  

พฤติกรรม
คำที่ใช้แสดงการกระทำ
สิ่งที่กระทำ
1.ขั้นความรู้-ความจำ


1.1 รู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเฉพาะอย่าง


1.1.1 คำศัพท์และนิยาม
บอก บ่งชี้ บรรยาย เลือก
บอกความหมาย  บอกคำจำกัดความศัพท์ ศัพท์เฉพาะ ให้นิยาม คำแปล ตัวอย่าง
1.1.2 ข้อเท็จจริงเฉพาะ
บอก บ่งชี้ บรรยาย
บอกชื่อ บอกวัน เวลา แหล่งที่มา บอกเหตุการณ์ บุคคล บอกสถานที่ คุณสมบัติ ตัวอย่าง ปรากฎการณ์ สูตร ความจริง ความสำคัญ เนื้อเรื่อง สาเหตุ และผลประโยชน์ คุณโทษ สิทธิ หน้าที่
1.2 รู้เกี่ยวกับวิธีดำเนินการ


1.2.1 ระเบียบแบบแผน
บอก บ่งชี้ บรรยาย เลือก
รูปแบบฟอร์ม ระเบียบ แบบแผน กฎเกณฑ์การใช้
เครื่องมือ แบบ สัญลักษณ์ ธรรมเนียม ประเพณี
1.2.2 ลำดับขั้นและแนวโน้ม
บอก บรรยาย บ่งชี้
บอกลำดับขั้นตอน บอกแนวโน้มของเหตุการณ์ การพัฒนา ความต่อเนื่อง สาเหตุ ความสัมพันธ์ อิทธิพล
1.2.3 พวกและประเภท
บอก บ่งชี้ บรรยาย จำแนก ให้ตัวอย่าง
บอกชนิด จำแนกประเภท จัดประเภท หมวดหมู่ พวก แบบ แขนง ชุด สาขา ลักษณะ
1.3 รู้เกี่ยวกับเกณฑ์
บอก บ่งชี้ เลือก บรรยาย
ระบุเกณฑ์ คุณสมบัติเฉพาะตัว บอกองค์ประกอบ บอกขอบเขต
1.4 รู้เกี่ยวกับวิธีการ
บอก บ่งชี้ บรรยาย
บอกวิธีการ เทคนิค กระบวนการ
1.5 รู้เกี่ยวกับความรู้รวบยอด


1.5.1 หลักการและนามธรรม
บอก บ่งชี้ บรรยาย
หลักการ ข้อสรุปทั่วไป คุณสมบัติร่วม
1.5.2 ทฤษฎีและโครงสร้าง
บอก บ่งชี้ บรรยาย
ทฤษฎี รากฐาน ความสัมพันธ์ภายใน โครงสร้าง องค์ประกอบ
2.ขั้นความเข้าใจ


2.1 เกี่ยวกับการแปลความหมาย
แปล เปลี่ยนรูป ใช้ภาษาตัวเอง ยกตัวอย่างเปรียบเปรย ถอดความ
แปลความหมายของคำศัพท์ คำ ข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ ข้อมูล แผนที่ ตาราง กราฟ สัญลักษณ์ พฤติกรรม พฤติการณ์ การทดลอง คติพจน์ สุภาษิต คำพังเผย
2.2. กี่ยวกับการตีความ
ตีความหมาย บอก จัดลำดับ จัดเรียงใหม่ สรุปย่อ อธิบาย แสดงให้เห็น จำแนก
ตีความหมายจากตาราง กราฟ สัญลักษณ์ เรื่องราว ความสำคัญ จุดสำคัญของเรื่อง ทัศนะใหม่ ข้อสรุป วิธีการ ทฤษฎี ความหมายรวบยอด
2.3 เกี่ยวกับการขยายความ ต่อ เติม
กะประมาณ พยากรณ์ อ้างสรุป กำหนด ขยาย จำแนก ลงสรุป กำหนด อธิบาย สมมุติ คาดคะเน บอก
ผลที่ตามมา ข้อสรุป องค์ประกองผล ความน่าจะเป็น ความหมาย
3. ขั้นนำไปใช้


3.1 เกี่ยวกับการประยุกต์
บอก ใช้ คำนวณ เลือก สร้าง เสนอ แก้ปัญหา บอก ผลิต แสดง ปรับปรุง โครงสร้างใหม่ เปลี่ยนแปลง บอก อธิบาย
การนำไปใช้ เปลี่ยนวิธีการ แก้ปัญหา คำนวณ หลักการ กฏเกณฑ์ ข้อสรุป วิธีการ ทฤษฎี กระบวนการ สถานการณ์ ปรากฏการ ความสอดคล้อง ขอบเขต หลักวิชาการปฏิบัติ เหตุผล
4. ขั้นการวิเคราะห์


4.1 เกี่ยวกับองค์ประกอบ
บ่ง จำแนก สกัด ค้นหา แยกแยะ เลือก
ชนิด สิ่งสำคัญ ต้นตอ สาเหตุ ผล ข้อสรุป วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน เลศนัย องค์ประกอบ
4.2 เกี่ยวกับความสัมพันธ์
บ่ง จำแนก ค้นหา บอกความแตกต่าง คล้ายคลึง
หาความสัมพันธ์ ความสอดคล้องขัดแย้ง ระดับ ความสัมพันธ์ ชนิดความสัมพันธ์(เหตุผลสนับสนุน-ขัดแย้ง ตัวอย่างหลักการ) องค์ประกอบ
4.3 เกี่ยวกับหลักการ
บอก ค้นหา แยกแยะ สกัด ลงสรุป
เปรียบเทียบหาสาเหตุและผล หาโครงสร้างและระบบ หาหลักการร่วม ทัศนะ เค้าโครง การเรียงลำดับ
5.ขั้นการสังเคราะห์


5.1 เกี่ยวกับข้อความ
เขียน บอก สร้าง แก้ไข รวบรวม ประกอบ ขยาย ริเริ่ม
เขียนบทความ เขียนโครงสร้าง การกระทำ แผนแบบ ข้อความ สิ่งสื่อสารต่างๆ เขียนเรียงความ
5.2 เกี่ยวกับแผนงาน
ผลิต วางโครงการ เสนอสร้างออกแบบ ปรับปรุง
แผนงาน จุดประสงค์ รายละเอียด เค้าโครง วิธีปฏิบัติ แนวทาง การแก้ปัญหา
5.3 เกี่ยวกับความสัมพันธ์
ผลิต สร้างขึ้น พัฒนา ผสมผสาน ค้นหา จัด อ้างถึง ต่อเติมเสริมแต่ง พิสูจน์
ความสัมพันธ์ ข้อยุติ ข้อสรุป สมมติฐาน วีการ ทฤษฎี ความคิดรวบยอด ปรากฏการณ์กลุ่ม
6. ขั้นการประเมินค่า


6.1 เกี่ยวกับการใช้เกณฑ์ภายใน
ตัดสิน ประเมิน โต้แย้ง ตัดสินใจ บ่งความสอดคล้อง บ่งเหตุผล เปรียบเทียบ บ่งเกณฑ์
ความถูกต้อง ความผิดพลาด ข้อบกพร่อง ความเชื่อถือได้ ความแม่นตรง ครบถ้วน ความเหมาะสม ความสมเหตุสมผล คุณค่า
6.2 เกี่ยวกับการใช้เกณฑ์ภายนอก
ตัดสิน ชี้ขาด โต้แย้ง พิจารณา เปรียบเทียบ ประเมิน
ความถูกต้อง ผิดพลาด ทางเลือก ประโยชน์ ทฤษฎี ข้อสรุป เรื่องราว เหตุการณ์ ประสิทธิภาพ

ที่มา: สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์, การวัดและประเมินผลทางการศึกษา,2529

ตัวอย่างข้อสอบในขั้นต่างๆของพฤติกรรมพุทธิพิสัยตามทฤษฎีของ Bloom
1. ความรู้ความจำ (Knowledge)
-มุมที่กาง  90  องศา  เรียกว่ามุมอะไร 
ก. มุมฉาก
ข. มุมตรง
ค. มุมป้าน
ง. มุมกลับ
จ. มุมแหลม
ตอบ ก. มุมฉาก

2. ความเข้าใจ (Comprehension)
-ขอบถนนที่ทาสีแดงสลับสีขาว  หมายความว่าอย่างไร  ?
ก. ห้ามรถโดยสารจอด
ข. ห้ามรถบรรทุกจอด
ค. ห้ามรถทุกชนิดจอด
ง. ห้ามรถส่วนบุคคลจอด
จ. ห้ามรถสามล้อเครื่องจอด
ตอบ ค. ห้ามรถทุกชนิดจอด

3. การนำไปใช้ (Application)
-อาชีพใดมีลักษณะเดียวกันกับทหาร 
ก. ครู
ข. แพทย์
ค. ตำรวจ
ง. นายพราน
จ. ช่างสำรวจ
ตอบ ค. ตำรวจ

4. การวิเคราะห์ (Analysis)
-อะไรคือสาเหตุสำคัญของความอ้วน ?
ก. การพักผ่อน
ข. การกินอาหาร
ค. การออกกำลังกาย
ง. ความผิดปกติของต่อม
จ. การเผาผลาญอาหารของร่างกาย
ตอบ ข. การกินอาหาร

5. การสังเคราะห์ (Synthesis)
-ถ้าครูออกข้อสอบถามลวงลึก
เด็กจะนึกหลายชั้นหมั่นใฝ่หา
หัวจะฉลาดปราดเปรื่องเรืองวิชา
………………………………”
บทกลอนข้างต้นชื่อ  ข้อสอบเด็กฉลาดควรใช้ข้อความในตัวเลือกใดมาต่อกลอนข้างต้น  จึงจะได้ความดีที่สุด
ก. เก่งวิทยาพาเด็กเจริญเอย
ข. เก่งวิทยาพาสร้างสรรค์กันทั่วเอย
ค. คนเก่งวิทยาพาเด็กเรียนเพียรสบาย
ง. เก่งวิทยาพาเด็กเพียรสบาย
จ. เก่งวิทยาพากันสร้างสรรค์ไทย
ตอบ ก. เก่งวิทยาพาเด็กเจริญเอย

6. การประเมินค่า(Evaluation)
-วรรณคดีเรื่องใด  มีเนื้อเรื่องใกล้เคียงกับสภาพเป็นจริงของมนุษย์
ก. สามก๊ก
ข. สังข์ทอง
ค. รามเกียรติ์
ง. พระอภัยมณี
จ. ขุนช้างขุนแผน
ตอบ ก. สามก๊ก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น